087-6732884   winey37
หน้าแรก > ความรู้ทั่วไป > สร้างธุรกิจแบบมองโกลโมเดล


สร้างธุรกิจแบบมองโกลโมเดล

05 สิงหาคม 2018   180


ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 13 ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ของเอเซียกลางเป็นที่อยู่ของชนเผ่าเร่ร่อนหลากหลายเผ่า เช่น เผ่าตาต้า เผ่าเมอคิต เผ่าไนมาน และเผ่ามองโกล ในช่วงเวลานั้นเองในฝั่งใต้ของทุ่งหญ้าชนเผ่าแมนจูก็เริ่มสร้างอาณาจักรกิมก๊กให้เข้มแข็งและมีอิทธิพลเหนือชนชาติอื่นๆ ในละแวกนั้นไม่เว้นแม้กระทั่งพี่ใหญ่อย่างดินแดนต้าซ่งของชาวฮั่นที่ต้องจ่ายบรรณาการให้กิมก๊กเพื่อแลกกับความอยู่รอดของอาณาจักร

กิมก๊กได้พยายามเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ของทุ่งหญ้าด้วยการส่งเสริมความขัดแย้งของแต่ละชนเผ่าตามกลยุทธ์คลาสสิคที่เรียกว่าแบ่งแยกแล้วปกครอง (Divide and rule) และก็ได้ผลเป็นอย่างดีเมื่อชนเผ่าเร่ร่อนก็มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำจนไม่สามารถสั่งสมกำลังจนเป็นภัยคุกคามให้แก่กิมก๊กได้ โดยชนเผ่าตาตาร์เป็นนอมินีของกิมก๊กที่ออกหน้าออกตามากที่สุดในการสร้างความปั่นปวนในดินแดนทุ่งหญ้าโดยชาวกิมและชาวตาตาร์วางแผนจับผู้นำแห่งเผ่ามองโกลมาประหารชีวิตได้ 

ต่อมาชาวมองโกลได้ผู้นำที่เข้มแข็งคือ เยซูไก และเขาก็สามารถล้างแค้นให้บรรพบุรุษได้ด้วยการไปจับหัวหน้าเผ่าตาต้ามาประหารชีวิต ในวันที่จะลงดาบประหาร เยซูไก ก็ได้ลูกชายคนโตพอดี ด้วยความดีใจที่ได้ล้างแค้นและได้ลูกชายจึงได้เอาชื่อหัวหน้าเผ่าตาต้าที่ถูกสังหารมาเป็นชื่อลูกชายโดยตั้งชื่อว่า เตมูจิน

แม้ว่าจะเป็นถึงลูกชายของหัวหน้าเผ่าแต่เด็กชายเตมูจินเติบโตมาท่ามกลางความขัดแย้งของนักรบแห่งทุ่งหญ้า โดยเขาต้องเสียพ่อไปตั้งแต่เด็กเมื่อ เยซูไก พลาดท่าถูกชาวตาตาร์แก้แค้นด้วยการวางยาพิษ ต่อมาชาวมองโกลก็ขัดแย้งกันเองทำให้ครอบครัวเตมูจินต้องอดอยากดิ้นรนเลี้ยงชีวิต แม้กระทั่งถูกชาวมองโกลที่เป็นญาติของตัวเองจับไปเพื่อกำจัดไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามในการขึ้นครองอำนาจ แม้จะเจอกับเรื่องราวที่โหดร้าย แต่เตมูจินก็สามารถมีชีวิตรอดมาได้

เตมูจินเริ่มมีชื่อเสียงเมื่อชาวมองโกลที่กำลังกระจัดกระจายเพราะขาดผู้นำได้เริ่มมารวมตัวกับครอบครัวของเตมูจินทำให้เขามีพรรคพวกที่มากขึ้น และเมื่อสั่งสมกำลังที่เข้มแข็งขึ้นก็ถึงเวลาเช็คบิลศัตรูของชาวมองโกลนั่นคือชนเผ่าต่างๆ ในทุ่งหญ้า ชาวมองโกลเป็นนักรบชั้นยอดอยู่แล้วเมื่อได้ผู้นำที่เข้มแข็งก็สามารถปราบปรามชาวเผ่าต่างๆ ลงได้ ในวันนี้เตมูจินไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้นำชนเผ่าเร่ร่อนมองโกลอีกแล้ว แต่ฐานะของเขาคือราชาแห่งทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ เตมูจินจึงได้ตั้งตำแหน่งของตัวเองเป็น เจงกิสข่านซึ่งมีความหมายว่าราชาที่ยิ่งใหญ่เหมือนดั่งมหาสมุทรอันกว้างขวาง และแล้วยุคสมัยการครองโลกของชาวมองโกลก็ได้เริ่มตั้นขึ้น

เมื่อรวบรวมทุ่งหญ้าได้เป้าหมายของเจงกิสชข่านก็คือศัตรูคู่แค้นของชาวมองโกลนั่นคืออาณาจักรกิมก๊กของชาวแมนจู ในเวลานั้นอาณาจักรกิมก๊กตั้งวางรากฐานมานับหลายร้อยปีในขณะที่อาณาจักรมองโกลเพิ่งจะเริ่มก่อตั้งขึ้นเท่านั้น ถ้าจะเปรียบเทียบก็คงเหมือนบริษัทสตาร์ตอัพค้าปลีกที่กำลังจะดวลกับยักษ์ใหญ่อย่างวอลมาร์ต แต่เจงกิสช่านก็ไม่กลัวเพราะประเมินแล้วว่ากิมก๊กนั้นใหญ่แต่ชื่อส่วนสถานการณ์ภายในเต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจของผู้นำทำให้อาณาจักรอ่อนแอลงมาก และก็เป็นดังที่เจงกิสข่านคาดการณ์เมื่อเขาสามารถปราบกองทัพกิมก๊กลงได้และบุกยึดถึงนครต้าตู (ปัจจุบันคือกรุงปักกิ่ง) 

เมื่อสถานการณ์ฝั่งตะวันออกสงบลง เป้าหมายของท่านข่านก็คือการบุกเบิกทิศตะวันตกหลังจากปราบอาณาจักรซีเหลียวได้ ดินแดนมองโกลก็มีอาณาเขตประชิดกับมหาอำนาจชาวมุสลิมในเอเชียกลางอย่างอาณาจักรควาราสเมีย (ในนิยายมังกรหยกจะเรียกชื่ออาณาจักนี้ว่า ฮัวลาจื่อหม่อ) ในช่วงแรกความสัมพันธ์ของทั้งสองอาณาจักรก็เป็นไปได้ด้วยดีเพราะหนักไปการค้าขายตามเส้นทางกองคาราวาน แต่ก็เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งขึ้นเมื่อเจ้าเมืองชาวควาราสเมียได้ยึดทรัพย์กองคาราวานของท่านข่านรวมทั้งสังหารคณะทูตทิ้งจนหมด 

จากความละโมบของเจ้าเมืองคนเดียวคนนี้จะทำให้เอเชียกลางและยุโรปต้องลุกเป็นไฟไปอีกนับร้อยปีเมื่อพายุกองทัพมองโกลจะพัดเข้าถล่มชาวตะวันตก

เจงกิสข่ายยกกองทัพด้วยตัวเองเพื่อปราบอาณาจักรควาราสเมียและก็สามารถกำจัดมหาอำนาจแห่งเอเชียกลางได้ในที่สุดแต่กองทัพชาวมองโกลก็ไม่หยุดแค่นั้นเมื่อพวกเขาได้บุกเข้าตะวันออกกลาง รัสเซีย อินเดีย และยุโรปตะวันออกไปอีกนับหลายร้อยปีในยุครุ่นลูกหลานของเจงกิสข่านทำให้จักรวรรดิมองโกลเป็นดินแดนที่กว้างใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น 

อะไรเป็นสาเหตุให้ชาวเผ่าเร่ร่อนที่เลี้ยงแกะ เลี้ยงม้า สามารถสถาปนาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ ?

คำตอบแรกคือการใช้เทคโนโลยี กองทัพมองโกลไม่ได้แค่เป็นนักรบบ้าพลังที่จะถือดาบขี่ม้าไล่ฟันศัตรูเพียงอย่างเดียวพวกเขาประยุกต์เทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมมากมายในการทำสงครามเช่นการนำดินปืนมาใช้ในสงคราม การสร้างเครื่องดีดหิน หรือเครื่องมือทางสงครามอื่นๆ ทำให้กองทัพมองโกลสามารถถล่มกำแพงอันแข็งแกร่งของศัตรูได้ แม้ว่าจะเป็นผู้นำที่เหี้ยมโหดแต่เจิงกิสข่านก็จะให้เครดิตกับช่างฝีมือ วิศวกร หรือนักประดิษฐ์เพื่อมาช่วยสร้างเครื่องไม้เครื่องมือในการทำสงครามหรือจะเรียกว่าเป็นยุคมองโกล 4.0 ก็ได้อยู่

เรื่องที่สองคือการใช้พลังแห่งการข่าว ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยข่าวลือ สร้างข่าวลวง หรือความความหวาดกลัวให้กับศัตรู เนื่องจากกองทัพมองโกลเคลื่อนที่กองทัพได้รวดเร็วมากทำให้มักจะมาปรากฏตัวต่อหน้าศัตรูได้เร็วกว่าที่คาดการณ์เสมอ และชาวมองโกลก็ใช้เรื่องนี้สร้างข่าวลือว่าพวกเขาสามารถหายตัวได้ ทำให้เป็นที่หวาดกลัวของศัตรูที่เชื่อข่าวนี้เป็นอย่างมากที่ต้องเผชิญหน้ากับชาวมองโกลทำให้หลายๆ เมืองเลือกที่จะยอมแพ้มากกว่าสู้รบกับนักรบที่หายตัวได้

เรื่องที่สามคือวิสัยทัศน์ในการสร้างแบรนด์ของชาวมองโกลโดยเจงกิสข่านเอง หลังจากรวบรวมดินแดนทุ่งหญ้าได้ ท่านข่านก็เริ่มสนใจการสร้างแบรนด์ขึ้นมาเมื่อให้ชาวมองโกลที่ไม่เคยอัตลักษณ์ (Identity) มาก่อนได้มีตัวตนขึ้นมาทำให้เกิดเป็นประเทศขึ้นมาได้จริงๆ เริ่มต้นจากการสร้างภาษามองโกล ประดิษฐ์ตัวอักษร และสร้างกฏหมายและธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับชาวมองโกลและประชาชนในอาณาจักรให้อยุ่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีระบบการส่งข่าวสาร ระบบตุลาการเป็นเรื่องเป็นราวไม่เหมือนจากที่เคยมั่วซั่วเมื่อครั้งยังเป็นเผ่าเร่ร่อน

เรื่องสุดท้ายคือความสามารถในการเป็นผู้นำของเจงกิสข่านเองเพราะตลอดชีวิตต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญท่ามกลางความขัดแย้งในผลประโยชน์ของพี่น้องและเครือญาติอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะการตัดสินใจเลือกผู้สืบทอดอำนาจ เนื่องจากโจชิ ลูกชายคนโตของเขามีข้อสงสัยว่าเป็นสายเลือดที่แท้จริงหรือไม่ ทำให้ ชาเออไต ลูกชายคนรองที่มีผลงานการสู้รบโดดเด่นไม่พอใจพี่ชายตัวเอง เรื่องนี้อาจจะทำให้อาณาจักรล่มสลายลงได้หลังจากท่านข่านสิ้นลม เจงกิสข่านจึงแต่งตั้งลูกชายคนที่สาม โอโกไต เป็นมหาข่านเพื่อเป็นโซ่ข้อกลางลดความขัดแย้งในหมู่พี่น้อง และจัดการแบ่งอาณาจักรมองโกลให้กับลูกๆ แต่ละคน 

เราได้เห็นบริษัทเล็กๆ ที่ก่อตัวไม่ต่างจากชาวมองโกลที่สามารถโค่นล้มบริษัทใหญ่ที่ปรับตัวไม่ทันอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเนตฟิกที่โค่นบล็อคบัสเตอร์ หรืออเมซอนในยุคเริ่มต้นที่ไม่มีใครเชื่อในวิสัยทัศน์ของ เจฟ เบโซฟ จนวันที่เขากำลังปฏิวัติวงการค้าปลีก จะเห็นได้ว่าต้นทุนที่น้อยไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการสร้างอาณาจักร หรือการสร้างธุรกิจ แต่การที่มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การสร้างแบรนด์ที่ทำให้มีตัวตนที่ยั่งยืนและเชื่อถือ รวมทั้งการตัดสินใจที่มองทะลุไปถึงทางออกของปัญหาแบบเจงกิสข่านกลับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศเล็กๆ อย่างมองโกลสามารถโค่นอาณาจักรยักษ์ใหญ่ต่างๆ และก้าวขึ้นมาปกครองโลกได้ 

---------------------------------------------------------

ที่มา : https://www.facebook.com/upideatogether/


แชร์ :

ค้นหาบทความ





บทความยอดนิยม




CONTACT US

Tel. 087-6732884 คุณวิน
win.win.solution.auditing@gmail.com
Line : winey37

8/209 หมู่บ้าน ทาวน์ อเวนิว ศรีนครินทร์ ซอยอ่อนนุช 68 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250

Copyright © 2018 All Rights Reserved. Designed By Golly-design